วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
คำสั่งและชื่อไฟล์ในระบบ Linux
จะมีลักษณะ Case sensitive นั่นคือตัวพิมพ์เล็ก และตัวพิมพ์ใหญ่จะถือว่าแตกต่างกัน เช่น ไฟล์ MyFile.doc กับ myfile.doc จะถือว่าเป็นคนละไฟล์กัน ดังนั้นในการใช้งานเริ่มแรกจึงควรระวังไม่กดปุ่ม ค้างไว้โดยไม่จำเป็น หากท่านทำ การป้อนรหัสผ่าน แล้วระบบตอบว่า Login incorrect ก่อนอื่นให้ตรวจสอบว่าท่านไม่ได้กดปุ่มค้างไว้หรือไม่
สิ่งที่ท่านควรทำเป็นอันดับแรก เมื่อติดตั้งระบบเสร็จใหม่ๆ (และควรทำเป็นประจำทุกๆ เดือน) คือ การเปลี่ยนรหัสผ่าน ทั้งบัญชีของท่านเอง และของ root หลักการตั้งรหัสผ่านก็คือ ตั้งให้คนอื่นเดาไม่ได้ ไม่ควรเป็นคำที่มีในพจนานุกรมหรือคำพูดติดปากที่ใช้กันบ่อยๆ ควรจะมีทั้งตัวพิมพ์เล็กและใหญ่ ควรใช้ความยาวไม่ต่ำกว่า 5 ตัว และผสมตัวเลขบ้างตัวอักษรพิเศษบ้าง (เช่น / ; ^ เป็นต้น) ไม่ควรใช้ชื่อ วันที่ วันเกิด หรือตัวอักษรชุดง่ายๆ เช่น 123456 เป็นอันขาดเนื่องจากสามารถทายได้ง่าย มีโปรแกรมเดารหัสผ่านจำนวนมาก ที่มีคนทำขึ้น เพื่อเดารหัสผ่านโดยลองทายคำง่ายๆ หรือหรือคำจากพจนานุกรม โปรแกรมเหล่านี้สามารถแกะรหัสผ่าน เช่น 123456, superman, superman! ได้ ภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที
เราสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านของ root และผู้ใช้ทุกคน โดยให้ทำการ Log in เป็นผู้นั้นแล้วใช้คำสั่ง passwd ดังตัวอย่าง
$ passwd
Change password for user ott
Old password: (ใส่รหัสผ่านเดิม)
New password: (ใส่รหัสผ่านใหม่)
Verify new password: (ใส่รหัสผ่านใหม่อีกครั้งหนึ่ง)
Log out
เมื่อจบการใช้งานทุกครั้งควร logout ทันทีโดยการพิมพ์ว่า logout หรือ exit ที่ $ ตัวอย่าง เช่น
$ exitไม่ควรปล่อยให้ผู้อื่นทราบรหัสผ่านของท่าน เพราะนั่นหมายความว่า เขาคนนั้นสามารถกระทำการทุกอย่างบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในชื่อของท่าน เขาอาจจะเขียน E-mail ไปให้คนอื่นแต่เป็นชื่อของท่าน หรือไปทำลายข้อมูลต่างๆ ได้ อันจะนำความเดือดร้อนมาให้กับท่าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่าปล่อยหน้าจอของท่านได้ทำการ Log in ทิ้งไว้ แล้วไปทำอย่างอื่น เพราะคนอื่นสามารถเข้ามาใช้งานในชื่อของท่านได้ เมื่อเสร็จงานแล้วให้ทำการ Log out เสมอ
อย่าปล่อยหน้าจอทิ้งไว้ขณะที่คุณ Log In เป็น root โดยเด็ดขาด ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถใช้เวลาไม่เกิน 1 นาทีในการทำความเสียหายให้ทั้งระบบ หรือกระทำการเพื่อให้เขาสามารถ Log in เป็น root ในภายหลังได้ตลอดไป ถึงแม้ท่านจะเปลี่ยนรหัสผ่านไปแล้ว ระบบก็จะแสดง Login Prompt เพื่อรับการทำงานของผู้ใช้รายต่อไป
Linux 2.0.35 openmind.nectec.or.th
Welcome to Linux 2.0.33
openmind login:
การ Log outหมายถึงการจบการทำงานของผู้ใช้คนใดคนหนึ่งในเวลานั้น โดยระบบจะรับการทำงานของผู้ใช้รายต่อไป (หรือเป็นคนเดิม) ก็ได้ ไม่ได้หมายถึงการปิดเครื่องการปิดเครื่องท่านจะต้องปิดด้วยวิธีการอันใดอันหนึ่งต่อไปนี้ ห้ามทำการกดปุ่มปิด หรือ กดปุ่ม Reset เลยเป็นอันขาด จะทำให้ระบบมีความเสียหายได้ และมีผลทำให้การบูตระบบเป็น Linux ในครั้งต่อไป เสียเวลาในการซ่อมแซมความเสียหายนานมากหรืออาจซ่อมแซมไม่ได้เลย ให้ใช้วิธีดังนี้
กดสามปุ่ม – – พร้อมกัน รอสักครู่ เครื่องจะทำการ Reboot ตัวเอง ให้ทำการกดปุ่มปิดเครื่องเมื่อเครื่องวนกลับไปตรวจสอบหน่วยความจำ เหมือนตอนเปิดเครื่องใหม่ๆ วิธีนี้ทำได้เฉพาะเวลาอยู่หน้าเครื่องเท่านั้น (ใช้วิธี telnet มาไม่ได้)
ใช้คำสั่ง reboot หรือ shutdown –r now ขณะที่ log in เป็น root อยู่ และกดปุ่มปิดเครื่องเมื่อเครื่องวนกลับไปตรวจสอบหน่วยความจำ เหมือนตอนเปิดเครื่องใหม่ๆ
คำสั่งเบื้องต้นเกี่ยวกับไฟล์ และไดเรกทอรี
การจัดระบบไฟล์ใน Linux จะคล้ายกับบนดอสและวินโดวส์ คือมีลักษณะโครงสร้างเป็นรูปต้นไม้หัวกลับ โดยมีไดเรกทอรีราก ภาษาอังกฤษเรียกว่า root (อย่าสับสนกับบัญชีผู้ใช้ที่ชื่อ root) และเขียนแทนด้วย / เป็นไดเรกทอรีเริ่มต้น และมีไดเรกทอรีย่อยๆ ลงมาเป็นลำดับขั้น การอ้างถึงไฟล์และไดเรกทอรีย่อยต่างๆ จะใช้เครื่องหมาย / เป็นตัวแบ่งระหว่างแต่ละ ไดเรกทอรี เช่น /home/ott , /usr/local/bin เป็นต้น ซึ่งจะแตกต่างจากบน DOS ที่จะใช้เครื่องหมาย \ เป็นตัวแบ่ง (เครื่องหมายทับ หันคนละข้างกัน)
คำสั่งต่างๆ เกี่ยวกับไฟล์และไดเรกทอรีที่ใช้กันบ่อยๆ ได้แก่
pwd (print working directory) แสดงไดเรกทอรีปัจจุบัน เช่น
$ pwd
/home/ott แสดงว่าในขณะนี้กำลังอยู่ในไดเรกทอรี /home/ott
cd (change directory) ย้ายการทำงานไปยังไดเรกทอรีอื่นๆ เหมือนกับคำสั่ง cd บนดอส เช่น cd /home/ott เพื่อไปยังไดเรกทอรี /home/ott
mkdir (make directory) สร้างไดเรกทอรี เหมือนกับคำสั่ง md และ mkdir บนดอส เช่น ถ้าเราอยู่ที่ไดเรกทอรี /home/ott ใช้คำสั่ง mkdir test เราก็จะได้ไดเรกทอรี /home/ott/test
rmdir (remove directory) ลบไดเรกทอรี เหมือนกับคำสั่ง rd และ rmdir บนดอส เช่น rmdir /home/ott/test
ls (list) แสดงรายชื่อไฟล์ในไดเรกทอรี คล้ายกับคำสั่ง dir บนดอส วิธีใช้ เช่น ls / แสดงรายชื่อไฟล์ในไดเรกทอรีราก หรือใช้ ls เฉยๆ เพื่อดูรายชื่อไฟล์ในไดเรกทอรีที่เราอยู่ขณะนั้น ท่านสามารถใส่พารามิเตอร์ต่างๆ เพื่อให้ ls แสดงรายละเอียดของไฟล์เพิ่มเติมได้ เช่น
ls –a แสดงรายชื่อไฟล์ทุกไฟล์รวมทั้ง hidden file (ไฟล์ที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย .) ในไดเรกทอรีปัจจุบัน เครื่องหมาย “-a” เรียกว่าเป็น Option ของคำสั่ง ls
ls –l แสดงรายชื่อไฟล์แบบยาว ท่านสามารถใส่สอง Option ก็ได้ เช่น ถ้าต้องการให้แสดงรายชื่อไฟล์ทุกไฟล์ และให้แสดงแบบยาวด้วย ก็ให้สั่งว่า ls –al
rm (remove) ใช้ลบไฟล์ เหมือนกับคำสั่ง del บนดอส ใช้ตามด้วยชื่อไฟล์
cat (concatenate) ใช้พิมพ์ข้อมูลในไฟล์ออกมาบนจอภาพ เหมือนกับคำสั่ง type บนดอส วิธีใช้ เช่น cat /README.TXT
more คล้ายกับคำสั่ง cat แต่จะพิมพ์ข้อมูลออกมาทีละ 1 จอภาพ เหมือนกับคำสั่ง more บนดอส วิธีใช้ เช่น more /README.TXT หรือใช้ประกอบกับคำสั่ง cat เช่น cat/README.TXT more (ใช้เครื่องหมาย “ ” PIPE)
less เหมือนกับคำสั่ง more แต่จะมีความสามารถมากกว่า เช่น สามารถเลื่อนไปมาระหว่างแต่ละหน้าได้ด้วยปุ่มลูกศรขึ้นลง หรือปุ่ม , เป็นต้น วิธีเรียกใช้ เช่นเดียวกับ more
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น